Development of young childrenpic

5 ปีแรกที่พ่อแม่ต้องเรียนรู้เกี่ยวกับการพัฒนาการของเด็กเล็ก

Development of young children

พ่อแม่แทบจะทุกคนเมื่อทราบถึงการมีเจ้าตัวน้อยแล้ว ทุกคนต่างตื่นเต้นในการที่จะมีสมาชิกตัวน้อย ๆ เข้ามาเพิ่มในครอบครัวของทุกคน และช่วงเวลาที่เกิดขึ้นในชีวิตของแต่ละครอบครัวจะเริ่มเปลี่ยนแปลงไป นับตั้งแต่วันแรกที่ทราบว่าตั้งครรภ์ ก็เป็นจุดเริ่มของสมาชิกครอบครัวคนใหม่ และแน่นอนว่าเมื่อเขาเกิดมา พ่อแม่ก็เป็นบุคคลที่มีส่วนในการเจริญเติบโตของเด็ก ๆ ดังนั้น พัฒนาการในช่วงแรกที่พวกเขาเกิดมานั้นถือเป็นส่วนสำคัญที่ต้องมีการใส่ใจเป็นพิเศษ นั่นก็คือ ช่วง 5 ปีแรก และในบทความนี้เองเราก็จะพาทุกท่านมาทราบเรื่องที่พ่อแม่ต้องรู้เกี่ยวกับพัฒนาการของเด็กเล็กในช่วง 5 ปีแรกที่พวกเขาเติบโต

ช่วง 5 ปีแรกเป็นช่วงที่เด็กจะมีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและทางพัฒนาอย่างรวดเร็ว และแน่นอนว่าในช่วงนี้ เด็กย่อมจะต้องมีการเอาใจใส่อย่างดี เพื่อให้เติบโตขึ้นมาได้อย่างสมวัย

  • แรกเกิด – 1 ขวบ จะเป็นช่วงที่เด็กต้องการเอาใจใส่เป็นพิเศษเพราะยังไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ต้องคอยสังเกตท่าทาง อาการที่เด็กต้องการจะบอกกับเราให้ถี่ถ้วน ช่วงนี้เด็กจะเริ่มสื่อสารกับเราได้บ้างแล้ว เป็นคำที่มีความหมาย และมีการสื่อสารด้วยท่าทางที่ชัดเจนมากขึ้น และช่วงนี้สังคมของเด็กก็จะมีการแสดงอารมณ์ที่ชัดเจนและติดคนที่ใกล้ชิดเลี่ยงคนแปลกหน้า ดังนั้น พ่อแม่ควรสังเกตว่าธรรมชาติของเด็กวัยนี้ควรเดินไป เลียนแบบท่าทาง และเริ่มพูดศัพท์ใหม่ ๆ ได้แล้วนั่นเอง
  • วัย 2 ขวบ วัยนี้จะเริ่มเดินได้ มีความคิดความอ่านเป็นของตัวเองมากขึ้นไม่เลียนแบบท่าทางของคนเหมือนตอน 1 ขวบแล้ว สามารถทำตามและเข้าใจคำสั่งง่าย ๆ ได้ สามารถพูดเป็นประโยคสั้น ๆ ได้รู้เรื่อง
  • วัย 3 ขวบ เริ่มมีการเรียนรู้ตัวตนเองมากขึ้นและเริ่มมีจินตนาการมาก และเริ่มมีการแสดงหรือเล่นแบบบทบาทสมมติต่าง ๆ เริ่มทรงตัวได้ดีขึ้นจากเดินหรือวิ่งก็เริ่มมีการกระโดดมากขึ้น มีการสนทนาด้วยประโยคที่ยาวขึ้น มีฟันน้ำนมขึ้นครบ
  • วัย 4 ขวบ เป็นวัยที่เด็กมีการพูดจาได้อย่างชัดเจนคล่องแคล่ว เริ่มแยกแยะสี และมีพัฒนาการเรื่องเลขและภาษามากขึ้น เริ่มควบคุมการขับถ่ายได้มากขึ้น ช่วงนี้เด็กจะเริ่มสงสัยและถามคำถามกับเรามากขึ้น
  • วัย 5 ขวบ เป็นวัยที่เริ่มสนใจสังคมรอบตัวมากขึ้น และเริ่มสนใจสังคมเพื่อนมากกว่าครอบครัว เริ่มมีฟันแท้ปรากฏขึ้น เริ่มมีเหตุมีผลและสามารถตอบคำตอบที่ยากขึ้นและซับซ้อนขึ้นได้ พึ่งพาตนเองได้มากขึ้น
pictoykidnew

5 ของเล่นสร้างพัฒนาการให้กับเด็กๆ

pictoykid

มีคำกล่าวหนึ่งที่ว่าเด็กคืออนาคตของชาติ แน่นอนว่าหากเรามีครอบครัว มีลูก ๆ ที่น่ารัก เราก็อยากให้พวกเขาเติบโตขึ้นมาเป็นคนดี มีพัฒนาให้ครบทุกด้านอย่างสมบูรณ์ ซึ่งแน่นอนว่านอกเหนือจากการเสริมสร้างร่างกายจากสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายแล้ว การเสริมสร้างทักษะและจินตนาการเองก็มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างพัฒนาด้วยเช่นกัน ซึ่งพ่อแม่ก็จะต้องมีส่วนในการช่วยเสริมสร้างจินตนาการด้วยไม่ว่าจะเป็นการหาเวลาว่างในการทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น ทำอาหาร เล่านิทาน ออกกำลังกาย เป็นต้น แต่อย่างไรก็ดีกิจกรรมที่เด็ก ๆ ชอบทำมากที่สุดก็เห็นจะเป็นการเล่นของเล่น ซึ่งส่วนใหญ่เด็กจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเล่นของเล่น ดังนั้นการที่พ่อแม่ของเราเลือกซื้อของเล่นให้ลูกก็จำเป็นจะต้องเลือกสรรของเล่นที่มีส่วนในการเสริมสร้างพัฒนาการของเด็กด้วย ซึ่งในบทความนี้เราจะพาทุกท่านมารู้จักกับของเล่นที่มีส่วนในการพัฒนาการให้กับเด็ก ๆ ให้รู้จักกันกับ 5 ของเล่น ดังนี้

  1. Mosaic Puzzle คือของเล่นที่ช่วยเสริมสร้างทักษะจินตนาการของผู้เล่น โดยตัวของเล่นเองประกอบไปด้วยตัวต่อรูปทรงเลขาคณิตหลากหลาย และรูปทรงเหล่านั้นก็มีสีสันหลากหลาย เพื่อให้เด็ก ๆ นำชิ้นส่วนเหล่านั้นมาประกอบให้ได้ต่อกันกลายเป็นภาพต่าง ๆ แต่อย่างไรก็ดีชิ้นส่วนของของเล่นมีชิ้นส่วนค่อนข้างเล็ก ดังนั้นผู้ปกครองก็ควรจะดูแลเวลาบุตรหลานเล่นอย่างใกล้ชิด
  2. ชุดของเล่นขายของพร้อมแคชเชียร์ แน่นอนว่าตอนเราเป็นเด็กก็มักจะเคยเล่นชุดเครื่องเล่นขายของ ซึ่งในขั้นตอนการขายของก็จะต้องมีการคิดราคา มีการแลกเปลี่ยนซื้อ-ขาย ซึ่งสิ่งนี้ก็เป็นอีกของเล่นหนึ่งที่จะเสริมสร้างทักษะทางด้านคณิตศาสตร์อีกด้วย
  3. หนังสือนิทานมีเสียง 2 ภาษา แน่นอนว่าวัยเด็กการได้ฟังนิทานก็เป็นอีกทางหนึ่งที่เปิดโลกจินตนาการ ยิ่งการที่มีภาพ และเสียงคู่ไปด้วยกัน ยิ่งทำให้เกิดการส่งเสริมการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น
  4. กระดานวาดภาพระบายสีแบบลบได้ เพื่อไม่ให้เด็กวาดภาพเลอะเทอะในที่ที่ไม่จำเป็น ก็จำเป็นต้องมีกระดานวาดภาพเพื่อเสริมสร้างทักษะให้เด็ก ซึ่งนอกจากนี้ก็ยังวาด และลบได้
  5. ตัวต่อบล็อกไม้ที่สร้างมาในรูปแบบของจิกซอ ซึ่งของเล่นชิ้นนี้จะเป็นของเล่นที่สามารถนำมาเรียงต่อกันให้กลายเป็นรูปร่างตามที่บล็อกไม้กำหนด เพื่อฝึกทักษะในเรื่องของความจำได้ด้วย และนอกจากนี้ยังเสริมสร้างในส่วนของกล้ามเนื้อมัดเล็กของมือด้วย

ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของของเล่นที่เราพบเจอกันเท่านั้น ซึ่งไม่ว่าว่าของเล่นจะดีแค่ไหน แต่ถ้าหากขาดการเอาใจใส่จากครอบครัวไม่ว่าของเล่นจะดีขนาดไหนก็ไม่สำคัญ

food_chil_1-3

แนะนำอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเด็ก 1-3 ขวบ

โปรตีนมีความสำคัญต่อลูกน้อยวัย 1-3 ขวบ

เด็กน้อยวัย 1-3 ขวบ ซึ่งกำลังอยู่ในวัยกำลังหัดยืน จำเป็นต้องได้รับพลังงานรวมทั้งสารอาหารที่มีความเหมาะสมมากกว่าผู้ใหญ่ ถ้าลองเปรียบเทียบสัดส่วนของน้ำหนักตัวดู เด็กเล็กเอง ก็ต้องการพลังงานจากอาหารเพื่อนำมาเสริมสร้างกระดูก , กล้ามเนื้อ , ฟัน รวมทั้งอวัยวะต่างๆ ที่กำลังเจริญเติบโต รวมทั้งผลิตปริมาตรเลือดที่เพิ่มขึ้นด้วย ด้วยเหตุนี้การได้รับพลังงานรวมทั้งสารอาหารของลูกน้อยวัย 1-3 ขวบจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ในการเป็นเชื้อเพลิงขับเคลื่อนร่างเล็กๆ ให้เจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์

food_proteen

ประโยชน์ของโปรตีนสำหรับลูกน้อยวัย 1-3 ขวบ

โปรตีน เป็นสารอาหารที่ความจำเป็นอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งช่วยในการเสริมสร้างการเจริญเติบโตและการซ่อมแซมกล้ามเนื้อ , เนื้อเยื่อ , กระดูกอ่อน , กระดูกรวมทั้งอวัยวะสำคัญต่างๆ รองรับการเจริญเติบโตตลอดจนการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของลูกน้อย ช่วยในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่สึกหรอและเสียหาย เมื่อลูกหกล้มจนเกิดบาดแผล

นอกจากนี้โปรตีนยังมีช่วยสังเคราะห์ฮอร์โมน , เอนไซม์ รวมทั้งภูมิต้านทานซึ่งจำเป็นต่อการควบคุมการทำงานของกระบวนการทำงานต่างๆของร่างกาย , การย่อยอาหาร รวมทั้งการป้องกันร่างกายจากการติดเชื้อและโรคต่างๆอีกด้วย

โดยคุณพ่อ – คุณแม่สามารถเลือกอาหารโปรตีนสูง ให้แก่ลูกน้อยทานได้จากทั้งเนื้อสัตว์และพืชผัก อีกทั้งผักยังให้วิตามินที่มีความสำคัญต่อร่างกายของเด็กอีกด้วย โปรตีนจากเนื้อสัตว์ ได้รับการยกย่องว่าเป็นโปรตีนสมบูรณ์ เนื่องจากประกอบไปด้วยกรดอะมิโนที่ร่างกายต้องการทุกชนิด อีกทั้งยังมีปริมาณพอเหมาะในการนำไปสร้างโปรตีนให้แก่ร่างกาย โดยกรดอะมิโนจำเป็น คือ กรดอะมิโนที่ร่างกายสร้างขึ้นเองไม่ได้ต้องได้รับจากสารอาหารเท่านั้น

โปรตีนที่ได้รับจากเนื้อสัตว์ เช่น

  • เนื้อแดง เช่น วัว , หมู , แกะ เป็นต้น
  • เนื้อขาว เช่น ไก่ , ปลา , สัตว์น้ำมีเปลือก เป็นต้น
  • นม , เนยแข็ง , โยเกิร์ต , ไข่

สำหรับโปรตีนจากพืช ถึงแม้จะมีวิตามินอื่นๆรวมตัวกันอยู่ภายใน แต่ก็ถือว่าเป็นโปรตีนไม่สมบูรณ์เทียบเท่าโปรตีนจากเนื้อสัตว์ เพราะขาดกรดอะมิโนจำเป็นอย่างน้อย 1 ชนิด หรือมีปริมาณกรดอะมิโนเล็กน้อยเท่านั้น

โปรตีนที่ได้จากพืชผัก เช่น

  • ถั่วฝัก , ถั่วดาล , เต้าหู้ขาว
  • ถั่วเปลือกแข็งรวมทั้งเมล็ดพืชต่างๆ
  • ธัญพืชและผลิตภัณฑ์จากธัญพืช เช่น ขนมปัง , ข้าว , เส้นบะหมี่
  • ถั่วเหลือง จัดเป็นอาหารจากพืชเพียงชนิดเดียวที่มีโปรตีนสมบูรณ์เฉกเช่นเนื้อสัตว์

เพียงเท่านี้คุณพ่อ – คุณแม่ ก็สามารถเลือกอาหารให้มีความหลากหลายได้มากขึ้นแล้ว โดยการที่ลูกได้รับประทานอาหารอันหลากหลาย ก็จัดเป็นแนวทางโภชนาการซึ่งผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าดีแล้ว แต่อย่างไรก็ตามอย่าลืมคำนึงว่าเด็กๆ ต้องได้รับอาหารในปริมาณเหมาะสมตามวัย รวมถึงพลังงานที่ใช้ในแต่ละวันด้วย

children_and_be_smart

เคล็ดลับการเลี้ยงเด็กอย่างไรให้เก่งและฉลาด

ผู้ปกครองทุกคนต่างพยายามส่งเสริมให้ลูกน้อยของตน มีพัฒนาการพร้อมเติบโตอย่างมีคุณภาพ มีสติปัญญาดี มีความเฉลียวฉลาดติดตัว แต่วิธีการเลี้ยงลูกให้ฉลาดในปัจจุบันนี้จะต้องควบคู่ไปกับทัศนคติที่ดี เพื่อเขาจะได้มีความเก่งและพร้อมในทุกๆด้านให้ทันกับยุคสมัยซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงไป สำหรับวันนี้เราจึงนำเคล็ดลับดีๆมาฝากคุณพ่อ – คุณแม่ มือใหม่กันค่

ลูกมีความชอบด้านไหนช่วยผลักดันมันไปให้สุด

พยายามมองหาให้เจอว่าลูกมีความชอบด้านไหนเป็นพิเศษ ช่วยให้ลูกของคุณค้นพบแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ ด้วยการให้เขาลองทำกิจกรรมต่างๆ อย่างหลากหลาย มันจะช่วยกระตุ้นให้ลูกเกิดการพัฒนาทักษะสังคม , อารมณ์ และสติปัญญา เด็กทุกคนล้วนมีความสามารถแตกต่างกัน อย่าไปจำกัดเขาจากอะไรเดิมๆ ไม่ว่าอาชีพอะไรก็มีเงินและมีความสุขได้ในปัจจุบันนี้ จากเทคโนโลยีอันกว้างไกล

Teach_children

สอนให้ลูกแสดงอารมณ์พอดีพอควรไม่มากจนเกินไป

เด็กบางคนประสบปัญหาในการแสดงออกทางด้านอารมณ์ โดยเด็กแต่ละคนก็จะมีวิธีแสดงออกทางอารมณ์ที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นคุณพ่อ-แม่จึงสอนให้พวกเขาแสดงอารมณ์ต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง เช่น ถ้าลูกกำลังโมโห ก็ต้องสอนลูกให้ระบายความโกรธออกมาอย่างเหมาะสม ไม่ควรสอนให้เด็กอารมณ์เก็บไว้ด้วยความอัดอั้น เนื่องจากมันจะนำไปสู่ความไม่มั่นคงทางอารมณ์ในภายภาคหน้าได้

สอนลูกให้รู้จักกับความล้มเหลวเพื่อเป็นประสบการณ์

เป็นเรื่องปกติธรรมดาสามัญมากๆที่ คนเก่ง คนฉลาด ก่อนที่จะประสบความสำเร็จจะต้องเคยล้มเหลวมาก่อนด้วยกันทั้งสิ้น ความล้มเหลวเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เป็นครูที่ดีของชีวิต เพราะมันสอนให้ทุกคนเห็นถึงความผิดพลาด รวมทั้งวิธีที่สามารถนำไปปรับปรุงแก้ไข ด้วยเหตุนี้คุณพ่อ – คุณแม่ จึงควรสอนลูกได้เรียนรู้ถึงความสำคัญของความล้มเหลว ด้วยการยกตัวอย่างชีวิตของบุคคลสำคัญต่างๆ รวมทั้งสอนวิธีจัดการความล้มเหลวอย่างมีประสิทธิภาพ ให้ลูกรู้ว่าเราสามารถนำความล้มเหลวนี้ไปใช้อย่างไรในอนาคต

สร้างความเป็นตัวของตัวเองขึ้นมาให้กับเด็ก

เด็กไม่อาจมีความฉลาดทางอารมณ์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ถ้าหากว่าไม่ได้ถูกปลูกฝังนิสัยให้มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น หรือเอาใจเขามาใส่ใจเรา หรือที่ร้ายแรงที่สุดคือไม่แม้แต่จะใส่ใจในความรู้สึกของตัวเอง นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมพ่อ –แม่ จึงต้องเลี้ยงลูกให้เกิดความฉลาดทางด้านสติปัญญาไปพร้อมๆกับความฉลาดทางอารมณ์ด้วย เพื่อนำไปสู่การสร้างลูก ที่เป็นตัวของตัวเอง ให้เด็กได้เป็นในสิ่งที่เขาเป็น รู้ว่าอะไรคือความฝัน และต้องทำมันให้สำเร็จ

imageproxy

ขั้นตอนและวิธีการดูแลเด็กแรกเกิดอย่างถูกต้อง

สำหรับคุณพ่อ – คุณแม่มือใหม่ ที่กำลังจะมีสมาชิกตัวน้อยเพิ่มเข้ามาในครอบครัว หลายๆคนอาจกำลังเกิดอาการวิตกกังวลว่า การใช้ชีวิตประจำวันนั้นจะเป็นอย่างไร และจะเลี้ยงทารกให้เติบโตอย่างมีคุณภาพได้ไหม วันนี้เราจึงนำข้อมูล วิธีดูแลเด็กแรกเกิดอย่างถูกต้องมาฝากกันค่ะ

อาบน้ำให้ทารก

คุณควรอาบน้ำให้ทารกอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง นั่นคือช่วงเช้า-เย็น โดยอาจเลือกช่วงสายๆ กับช่วงเย็นก่อนค่ำ อย่าลืมเตรียมอุปกรณ์อาบน้ำให้ครบ ไม่ว่าจะเป็น สบู่ , ฟองน้ำ , ผ้าเช็ดตัว รวมทั้งอ่างอาบน้ำที่มีแผ่นกันลื่น ส่วนน้ำควรกำหนดอุณหภูมิให้พอเหมาะ คือ ไม่เย็นหรือร้อนจัดมากจนเกินไป ค่อยๆนำทารกหย่อนลงไปในน้ำแล้วค่อยๆ กวักน้ำขึ้นมาลูบเบา ๆ ตามร่างกายเพื่อให้ลูกได้ปรับตัว หลังจากนั้นเริ่มจากการสระผมก่อน พยายามประคองท้ายทอยของลูกเอาไว้ อย่างแผ่วเบา ใช้นิ้วโป้งกับนิ้วก้อยพับใบหูของทารกเอาไว้ พร้อมนวดวนทั่วศีรษะอย่างอ่อนโยน หลังจากนั้นจึงใช้ฟองน้ำช่วยล้างทำความสะอาด การอาบน้ำควรเน้นทำความสะอาดตามข้อพับ โดยเฉพาะ ขาหนีบ , รักแร้ และทวาร เพื่อกำจัดแหล่งสะสมเชื้อโรค โดยเฉพาะการทำความสะอาดบริเวณสะดือ รวมทั้งอวัยวะเพศที่เกิดการอับชื้นได้ง่าย หลังจากนั้นให้เช็ดด้วยแอลกอฮอล์ 70 % อย่างเบาบางทุกครั้งหลังอาบน้ำ ห้ามใช้แป้งโรยสะดือเด็กเด็ดขาด เนื่องจากอาจทำให้ติดเชื้อได้ เมื่อลูกถ่ายเสร็จก็ต้องรีบเช็ดทำความสะอาดทันที ด้วยการใช้สำลีชุบน้ำเช็ดปัสสาวะและอุจจาระอย่างเบามือ ด้วยการเช็ดจากด้านหน้าไปยังด้านหลัง ตามด้วยใช้ผ้าขนหนูซับให้แห้งสนิท

Bathe_the_baby

เสื้อผ้าของทารก

ควรทำมาจากผ้าฝ้ายเนื้อนุ่ม ระบายอากาศได้ดี หรือชุดที่มีตะเข็บน้อย ส่วนกางเกงควรเป็นแบบยางยืดหรือผูกเชือก เพราะจะได้สวมได้ง่าย ระบายอากาศได้ดีไม่อับชื้น

ท่าทางต่างๆของทารก

พยายามสังเกตเสียงร้องและอาการต่างๆของทารก เพราะเด็กทารกยังสื่อสารกับเราทางการพูดไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นอาการร้องตะเบงเสียง , ร้องครางในลำคอ , การยิ้ม การร้องไห้ ซึ่งเด็กอาจกำลังหิวนม หรือไม่สบายตัวจากการเจ็บป่วย

นมแม่สำคัญที่สุด

นมแม่ คือ แหล่งสารอาหารหลักของทารกในระยะเวลา 1 ปีแรก เนื่องจากสารอาหารที่อยู่ในน้ำนม เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อโภชนาการอันดีรวมทั้งสุขภาพของทารก ทำให้ทารกมีพัฒนาการเจริญเติบโตไปตามวัย โดยเฉพาะทารกที่มีอายุประมาณ 6 สัปดาห์ ก็จะเริ่มมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว

สัมพันธ์ทางกาย

การสัมผัสจะทำให้ลูกรู้สึกอบอุ่น อีกทั้งยังเป็นการสานสายสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกให้เพิ่มมากยิ่งขึ้นอีกด้วย เช่น ขยับแขนขาของลูกขึ้น-ลงเบาๆ นวดเบา ๆ หรือโอบกอดลูกพร้อมกล่อมลูกไปด้วย

beach-children-cute

เด็กเรียนรู้ด้วยตัวเอง มีข้อดีอย่างไร

งานของเด็กคือการเล่น ได้มีนักการศึกษาคนหนึ่งได้กล่าวไว้ การเล่นของเด็กนั้นนอกจากจะสนุกสนานตามวัยแล้วพวกเค้าจะได้เรียนรู้ด้วยตัวเองอีกด้วย เรื่องนี้นับว่าสำคัญต่อตัวเด็กมาก มาดูกันว่าการเรียนรู้ด้วยตัวเองมีผลต่อการเรียนรู้ พฤติกรรม และความรู้ของเด็กๆอย่างไรบ้าง

เด็กที่เกิดความคงทนในการเรียนรู้

ข้อสำคัญของการเรียนรู้เรื่องอะไรก็ตามนอกจากความรู้แจ้ง ความเข้าใจองค์ความรู้เรื่องนั้น ความคงทนของการเรียนรู้ก็สำคัญด้วย บางเรื่องเราอาจจะเคยเข้าใจแต่พอผ่านไปมันก็ลืม สำหรับเด็กหากเค้าได้เรียนรู้อะไรด้วยตัวเอง เค้าจะจำมันได้ตลอด จำมันเป็นอย่างดี เรียกว่าจำได้ไม่มีลืม ยกตัวอย่างหากเค้าได้ชิมเกลือ เค้าจะจำได้เลยว่ามันให้รสชาติเค็ม เวลาเจอเกลือครั้งต่อไปเค้าก็จะไม่หยิบมากินอีกเนื่องจากมันไม่อร่อย เราไม่ต้องห้ามเค้าอีกเลย

เด็กที่สร้างแนวคิดของตัวเองขึ้นมา

ข้อดีต่อมา หากเด็กเรียนรู้ด้วยตัวเองไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม บางครั้งมันอาจจะเป็นแนวคิดเฉพาะทางของเค้าด้วยก็เป็นได้ยกตัวอย่างเช่น ทำไข่เจียว หากเค้าคิดเองทำเอง เค้าอาจจะได้สูตรทำไข่เจียวเฉพาะทางขึ้นมาไม่ว่าจะเป็นการตีไข่ รสชาติ รูปร่างหน้าตา นั่นทำให้เราได้อะไรใหม่จากการคิดค้นของเด็กก็เป็นได้

Child_Center

เด็กที่สร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง

ตามธรรมชาติของเราหากได้คิดค้น สร้างอะไรขึ้นมาด้วยตัวเองมักจะมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นมาด้วย อารมณ์ประมาณว่าฉันเก่ง ฉันคิดเอง ฉันทำได้ เด็กๆเองก็เช่นกัน หากเค้าได้เรียนรู้อะไรสักอย่างด้วยตัวเองนั่นจะทำให้เค้ามั่นใจในเรื่องนั้นด้วย จากเมื่อกี้เด็กทำไข่เจียวด้วยวิธีของตัวเอง นั่นทำให้เค้ามีความมั่นใจในเรื่องอาหารได้เลย ไม่เพียงเท่านั้นความมั่นใจเรื่องนี้จะส่งผลต่อตัวเด็กเองในเรื่องอื่นด้วย

เด็กที่สร้างวิธีการเรียนรู้ของตัวเอง

คนเรานั้นเดิมทีมีธรรมชาติที่แตกต่างกัน ไหนจะสภาพแวดล้อม การเลี้ยงดู ประสบการณ์แตกต่างกันไปอีก นั่นทำให้วิธีการเรียนรู้ของแต่ละคนแตกต่างกันไปด้วย บางคนชอบเรียนรู้ด้วยการอ่าน บางคนเรียนรู้ด้วยการทดลอง บางคนเรียนรู้ด้วยการทำตาม ฯลฯ หากเด็กเรียนรู้ด้วยตัวเองเป็นตั้งแต่เล็ก ประสบการณ์จะสอนเค้าเองว่าเค้าเป็นคนเรียนรู้ด้วยวิธีไหน จากนั้นเค้าจะนำวิธีนี้ไปเรียนรู้กับเรื่องอื่นในชีวิตประจำวันด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน ดนตรี กีฬา ศิลปะ วิทยาศาสตร์

เด็กเป็นช่วงวัยแห่งการเรียนรู้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรอบตัว หรือ เรื่องที่เค้าชอบ ซึ่งการเรียนรู้ด้วยตัวเองเป็นการเรียนรู้ที่ดีที่สุดของเด็กเพื่อให้เข้าใจสิ่งนั้น ดังนั้นพ่อแม่ผู้ปกครองต้องจัดสถานการณ์ให้เค้าได้เรียนรู้ด้วยตัวเองไม่ว่าจะเป็นการพาไปทัศนศึกษา พาไปทดลอง พาไปเที่ยว พาไปเล่น ทำเลยรับรองว่ามันจะดีต่อเด็กๆอย่างแน่นอน

Children_learn

เรียนรู้ในตอนเด็ก ส่งผลอะไรตอนโตบ้าง

ตอนเด็กใครหลายคนอาจจะคิดว่าเป็นช่วงวัยที่อาจจะจำอะไรไม่ได้มากนัก ขอบอกว่านั่นเป็นความคิดที่ผิดเลย ตอนเด็กบางอย่างอาจจะหลงลืมไปบ้าง แต่บางอย่างก็จำไม่ลืมแถมส่งกระทบถึงตอนโตของเด็กอีกด้วย การเรียนรู้ก็เช่นกันมาดูกันว่าช่วงเวลาเรียนรู้ในวัยเด็กส่งผลอะไรถึงตอนโตได้บ้าง

ความชอบและทัศนคติ

สิ่งสำคัญที่สุดจากวัยเด็กสู่ช่วงวัยที่โตขึ้น จากการเรียนรู้เรื่องราวต่างๆนั่นก็คือ ความชอบและทัศนคติที่มีต่อสิ่งนั้น หากเด็กเกิดประสบการณ์ที่ดี การเรียนรู้อย่างถูกวิธีต่อเรื่องใดแล้วเค้าก็จะชอบเรื่องราวเหล่านั้น จนสามารถไปศึกษาต่อยอดได้เองแบบไม่ต้องบอกอะไรมากเลย กลับกันหากเรียนรู้ไม่ดีจนเกิดประสบการณ์อันไม่น่าจดจำ เค้าก็จะไม่สนใจเรื่องเหล่านั้นอีกต่อไปแม้เราจะบังคับเพียงใดก็ตาม ยกตัวอย่างเช่น หากเด็กเคยจมน้ำมาก่อน เค้าก็จะเกิดความกลัวน้ำ ไม่อยากเรียนว่ายน้ำอีกเลย

learn_Children_

พัฒนาการของเด็กถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ

พัฒนาการของเด็กแม้จะมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่มันกลับส่งผลใหญ่มหาศาลต่อวัยโตด้วย หากเค้าไม่สามารถทำสิ่งต่างๆตามพัฒนาการได้ ยกตัวอย่างเช่น การติดกระดุมด้วยตัวเอง อาจจะมองว่าเป็นเรื่องง่ายแต่หากทำไม่ได้ตามวัย ไม่ได้ฝึกฝนตามวัย เรื่องนี้เค้าก็จะทำได้ยากตอนโต หรือ เรื่องอื่นที่มีพื้นฐานใกล้เคียงกันก็ทำได้ยากไปด้วย กรณีนี้คือ สนด้ายเข้ารูเข็ม เป็นต้น ดังนั้นพ่อแม่ควรตรวจสอบพัฒนาการของลูกจากหนังสือคู่มือเด็กเล่มสีชมพูที่ได้มาจากโรงพยาบาลและพาไปตรวจพัฒนาการตามกำหนด อย่ามองข้ามเด็ดขาด

วิธีการเรียนรู้ของเด็กด้วยตนเอง

เด็กแม้ว่าจะเป็นพี่น้องท้องเดียวกัน พ่อแม่เดียวกัน บ้านหลังเดียวกัน แต่พวกเค้าก็จะมีวิธีการเรียนรู้ของตัวเองแตกต่างกัน เราอาจจะเคยเห็นคนพี่ชอบศึกษาอ่านหนังสือ แต่คนน้องชอบผจญภัยเรียนรู้ด้วยการเล่นใช่ไหม เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นจากการเรียนรู้ในวัยเด็กทั้งสิ้น หากเค้าเรียนรู้เรื่องราวรอบตัวเองด้วยวิธีแบบไหน ก็จะส่งผลให้ตอนโตมักจะมีพฤติกรรมการเรียนรู้แบบนั้นไปด้วย ไม่เชื่อลองไปนึกย้อนดูตัวเองกันได้ว่าตอนเด็กเป็นแบบไหน

ข้อคิดถึงพ่อแม่ และผู้ปกครอง

เล่ามาถึงบรรทัดนี้ ก็อยากจะฝากข้อคิดถึงพ่อแม่ ผู้ปกครอง คนในครอบครัวไว้สักข้อหนึ่ง การเรียนรู้ของเด็กที่ดีที่สุดคือปล่อยให้เค้าเรียนรู้ในเรื่องที่ต้องการรู้ด้วยตัวเอง แม้ว่าบางครั้งมันจะทำให้เปื้อน อันตราย ได้บาดแผลมาบ้าง แต่มันก็จะทำให้เค้าได้รับประสบการณ์ที่มีต่อสิ่งนั้นอย่างแท้จริง ไม่ควรปิดกั้น หรือ ใช้คำพูดเชิงลบกับเค้า เพราะมันอาจจะทำให้การเรียนรู้เรื่องของเขาปิดประตูลงโดยที่ท่านไม่รู้ตัว

 

chill_6

เด็ก 6 ขวบต้องรู้ ต้องสอนอะไรบ้าง

วัยเด็กนอกรอยยิ้ม ความสนุกสนานตามประสาเด็ก ช่วงเวลานี้ยังเป็นช่วงเวลาของการเรียนรู้ด้วย พ่อแม่ผู้ปกครองจึงต้องทำความเข้าใจธรรมชาติของเด็กวัยสัก 6 ขวบให้ดี หากเข้าใจเราก็จะอยู่กับเค้าได้อย่างมีความสุขอีกทั้งเราจะได้ส่งเสริมเค้าให้เรียนรู้ในสิ่งที่เค้าสงสัยจนกลายเป็นความรู้ติดตัวเค้าไปอีกด้วย มาดูกันว่าเด็ก 6 ขวบต้องรู้ ต้อสอนอะไรบ้าง

images (4)

ทำไม ทำไม แล้วก็ทำไม

พ่อแม่หลายคนมีลูกหลานวัยนี้ สิ่งหนึ่งที่ต้องเจอก็คือ คำถามที่ขึ้นต้นด้วยคำว่าทำไม ตั้งแต่ทำไมต้องทำอย่างนั้น ทำไมต้องทำอย่างนี้ ทำไมฟ้าร้อง ทำไมไฟจราจรเปลี่ยนสี ทำไมฝนถึงตก และอีกสารพัดทำไม พ่อแม่หลายคนดีมากยินดีที่จะตอบทุกความสงสัยของลูก แต่พ่อแม่บางคนก็ไม่เป็นอย่างนั้นกลับไปดุต่อว่าเด็กเพราะไปรบกวนเกินไป(ห้ามทำเด็ดขาด) คำแนะนำสำหรับคำถามสารพัด ควรอธิบายให้เด็กเข้าใจในเชิงวิทยาศาสตร์ จะให้ดีพาเค้าไปดูตามพิพิธภัณฑ์เรื่องนั้นเลยจะทำให้เด็กเข้าใจมากขึ้น

ช่วงเวลาของการเรียนรู้ทางด้านภาษา

ช่วงวัย 6 ขวบ หากเทียบเป็นช่วง ป.1 เวลานี้เป็นช่วงสำคัญพัฒนาการด้านภาษาเลย เนื่องจากกล้ามเนื้อมัดเล็ก(นิ้ว ข้อมือ) พร้อมสำหรับบังคับให้เขียนหนังสือได้แล้ว เด็กกำลังมีพฤติกรรมเลียนแบบพูด เขียน ตามคนใกล้ชิด ดังนั้นพ่อแม่จะต้องพูดให้ชัดกับลูก(ทั้งภาษากลาง และภาษาถิ่น) อย่าพูดคำหยาบ เพราะมันจะทำให้เค้าติดพูดคำหยาบตามเราไปด้วย จะฟัง พูด อ่าน เขียน ได้หรือไม่ดูช่วงวัยนี้แหละ แนะนำควรหาเวลาอ่านหนังสือให้ฟังร่วมกันจะทำให้พัฒนาการทางด้านภาษาของเด็กทำได้ดีขึ้น

วิธีเรียนรู้การเข้าสังคมของเด็ก

แม้ว่าเด็กสมัยนี้เข้าโรงเรียนกันตั้งแต่ 3 ขวบไม่ว่าจะเป็นศูนย์เด็กเล็ก หรือ โรงเรียนอนุบาลก็ตาม แต่วัย 6 ขวบเข้าป.1 จะเป็นการฝึกเข้าสังคมขนาดใหญ่อย่างแท้จริง เนื่องจากเค้าจะต้องเจอกับคนที่อายุมากกว่าเยอะมาก นั่นทำให้เค้าอาจจะต้องใช้เวลาปรับตัวสักหน่อย พ่อแม่ต้องฝึกการเรียนรู้วิธีเข้าสังคมให้พวกเค้าด้วย ไม่ว่าจะเป็นการต่อคิวซื้อขนม การเล่นกับเพื่อน เป็นต้น

chill_run

ช่วงเวลาการเรียนรู้สิ่งที่เป็นนามธรรมของเด็ก

พ่อแม่ทุกคนย่อมอยากให้ลูกของตัวเองเป็นคนดี แน่นอนว่าการฝึกให้เป็นคนดีต้องทำตั้งแต่เล็กกล่าวคือตั้งแต่ 3 ขวบเลยก็ว่าได้ แต่ช่วง 6 ขวบเป็นช่วงเวลาสำคัญในการสอนเรื่องการทำความดี เรื่องนามธรรมอย่างจริงจัง เค้ามีคำถามบ้างในครั้งแรกว่าทำไมต้องทำอย่างนั้น ทำไมต้องทำอย่างนี้ ทำไมต้องเป็นคนดี บลา บลา พ่อแม่อย่าเพิ่งถอดใจ ให้อธิบายช้าๆพร้อมกับทำตัวอย่างให้ดูด้วย จะทำให้เด็กเข้าใจนามธรรมมากขึ้น จนกลายเป็นเด็กดีที่เราไม่ต้องเหนื่อยตอนโต

 

momphotonew

อยากให้ลูกมีร่างกายแข็งแรงต้องทำอย่างไร

momnewwpicture

การสร้างร่างกายของลูกให้แข็งแรงถือว่ามีส่วนสำคัญต่อการดำรงชีวิตของเขาอย่างมาก เนื่องด้วยการใช้ชีวิตของคนเราเรื่องของสรีระร่างกายเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ชีวิตสามารถดำรงต่อไปได้อย่างปกติสุข หากร่างกายขาดความแข็งแรงหรือมีร่างกายอ่อนแอ เจ็บป่วยง่าย นอกจากจะทำให้ขาดความมั่นใจต่อการใช้ชีวิตแล้วยังทำให้ต้องเสียเงิน เสียเวลาในการดูแลรักษาร่างกายอย่างหนักอีกด้วย ดังนั้นถ้าหากอยากให้ลูกมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงพ่อแม่จำเป็นต้องปฏิบัติกับลูกดังนี้

การทำให้ลูกมีร่างกายแข็งแรง

  1. เลือกอาหารให้ลูกทานอย่างเหมาะสม – เด็กในแต่ละวัยจะมีลักษณะของอาหารที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นการเลือกอาหารที่เหมาะสมกับวัยของลูกให้เขาทานจะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการด้านร่างกายและสมองให้กับลูก โดยเฉพาะพัฒนาการทางร่างกายหากทานอาหารที่ครบถ้วนตามวัยจะทำให้มีสุขภาพที่ดี เป็นตัวช่วยแรกที่จะสร้างร่างกายให้แข็งแรง
  2. พยายามให้ลูกได้ขยับร่างกายหรือออกกำลังกายเสมอ – การให้เด็กได้ซุกซนตามวัยถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เด็กๆ เหล่านี้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง พ่อแม่บางคนที่กักบริเวณมากเกินไปไม่ให้เขาออกไปวิ่งเล่นเลยจะทำให้สุขภาพร่างกายของเด็กไม่แข็งแรงอย่างที่ควรจะเป็นหรือถ้าหากว่าไม่อยากให้เขาไกลหูไกลตามากเกินไปจากการวิ่งเล่นก็ลองชวนมาออกกำลังกายแบบสนุกๆ ไปด้วยกันก็ได้
  3. เลิกการสูบบุหรี่โดยเด็ดขาด – ควันบุหรี่คือสิ่งที่จะทำลายสุขภาพร่างกายของคนรอบข้างโดยเฉพาะเด็กๆ ดังนั้นพ่อแม่คนไหนที่ยังสูบบุหรี่อยู่ถ้าหากอยากให้ลูกแข็งแรงก็ควรลดละเลิกบุหรี่เสียตั้งแต่วันนี้เพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรักและสุขภาพที่ดีของตัวคุณเองด้วยเช่นเดียวกัน อีกทั้งยังเป็นตัวอย่างที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้ลูกทำตามในอนาคตด้วย
  4. รักษาสุขอนามัยในบ้านให้ได้มาตรฐานเสมอ – การทำความสะอาดบ้านเป็นประจำเพื่อให้ถูกสุขลักษณะอนามัยอันเหมาะสมจะช่วยให้เด็กที่อาศัยอยู่ด้วยมีสุขภาพแข็งแรง ไม่เป็นโรคง่าย รวมไปถึงยังช่วยให้ทุกคนในบ้านมีสุขอนามัยอันเหมาะสมด้วย
  5. พักผ่อนให้เพียงพอ – การพักผ่อนเป็นเรื่องสำคัญของทุกๆ วัยโดยเฉพาะกับเด็ก ดังนั้นการพักผ่อนให้เพียงพอด้วยการนอนหลับอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก ถ้าหากว่าเด็กได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอจะช่วยให้พวกเขามีสุขภาพร่างกายแข็งแรงได้
  6. รับวัคซีนตามความเหมาะสมและพบแพทย์เมื่อมีอาการป่วย – การหาหมอเป็นเรื่องสำคัญของเด็กโดยเฉพาะช่วงที่พวกเขายังต้องฉีดวัคซีนควรพาไปฉีดให้ตรงเวลานอกจากนี้หากมีอาการเจ็บป่วยควรรีบปรึกษาแพทย์ทันทีอย่าตัดสินใจซื้อยาหรือรักษาด้วยตนเองหากไม่มีความรู้มากพอ
Familylove

การปูพื้นฐานให้ลูกของเรามีพัฒนาการที่ดี

Familypicture

พัฒนาการของลูกถือเป็นสิ่งสำคัญที่พ่อแม่ทุกคนควรต้องใส่ใจตั้งแต่อยู่ในครรภ์จนเริ่มคลอดออกมาเป็นทารกเลยด้วยซ้ำ นั่นเพราะหากลูกมีพัฒนาการที่ดีก็จะช่วยทำให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความแข็งแรงทั้งร่างกาย มีความฉลาดหลักแหลมด้านสติปัญญา และความคิดที่ดีในด้านของจิตใจด้วย การปูพื้นฐานเพื่อพัฒนาการที่ดีของลูกจึงต้องมีหลักในการทำให้เหมาะสมรับรองว่าเด็กทุคนจะต้องเติบโตมาด้วยพัฒนาการที่สมบูรณ์แบบแน่นอน

การปูพื้นฐานของลูกเพื่อให้มีพัฒนาการที่ดี

  1. มอบความรักให้กับลูก – นี่เป็นสิ่งแรกที่พ่อแม่จะสามารถแสดงออกมาได้ไม่ว่าจะยากดีมีจนอย่างไรก็ตาม ความรักไม่จำเป็นต้องใช้เงินเพียงแค่ทำความเข้าใจพร้อมกับสอนลูกในสิ่งที่เหมาะสม ให้เขาสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ ไปในทางที่ถูกต้องเท่านี้พัฒนาการทางด้านจิตใจ ความคิดของเขาก็สามารถเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้ไม่ยาก
  2. เลือกอาหารให้เหมาะสมกับวัย – ลูกในแต่ละวัยย่อมความต้องการสารอาหารแตกต่างกัน การจะสร้างพัฒนาการที่ดีของลูกจึงจำเป็นต้องรู้จักให้ลูกทานอาหารที่เหมาะสมด้วยเพื่อเป็นการเสริมสร้างพัฒนาการด้านร่างกาย และสมองไปในตัว เช่น เด็กอายุต่ำกว่า 6 เดือนควรให้ทานแต่นมแม่เท่านั้น เป็นต้น
  3. สร้างการเรียนรู้ที่เหมาะสมให้กับลูก – การเรียนรู้ของคนเราสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ไม่มีข้อจำกัดหรือข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น พ่อแม่จึงจำเป็นต้องรู้จักสร้างการเรียนรู้ให้กับลูกอย่างเหมาะสมเพื่อที่ลูกจะได้รู้จักใช้พัฒนาการทางการเรียนรู้นี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รับรองว่าลูกของคุณจะมีพื้นฐานของพัฒนาการที่ยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน
  4. สอนการตัดสินใจ และคิดอย่างมีเหตุผล – ความมีเหตุผลคือสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์ ดังนั้นการสอนให้เขารู้จักการตัดสินใจด้วยหลักของเหตุผลตั้งแต่เด็กจะทำให้เขาเติบโตมาด้วยหลักการที่น่ายึดถือ ไม่เอาแต่เอาแต่ใจตัวเองใช้หลักการทางความคิดเป็นตัวตัดสินใจว่าควรหรือไม่ควรทำ
  5. ทำตัวเองเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูก – การจะสร้างพัฒนาการที่ดีอีกด้านคือต้องทำตัวเองเป็นตัวอย่างให้ลูกได้เห็นจนทำให้เขาได้ศึกษา และเข้าใจในสิ่งนั้นๆ ด้วยตนเอง เช่น การใช้คำพูดที่สุภาพ, การข้ามถนนตรงทางม้าลายหรือสะพานลอย เป็นต้น
  6. ต้องให้รู้จักกฎระเบียบต่างๆ – การสร้างพัฒนาการที่ดีต้องรู้จักให้ลูกได้เรียนรู้กับกฎระเบียบของสังคมในทุกๆ ด้านอย่างเหมาะสมเพื่อไม่ให้เขารู้สึกว่าสิ่งที่อยู่กับครอบครัวกับสิ่งที่อยู่ในสังคมภายนอกมีความแตกต่างกันดังนั้นเขาจะได้เรียนรู้กฎระเบียบที่มีความเหมาะสม เข้าใจว่าแต่ละสังคมก็มีระเบียบต่างกัน